googlec9805ade98fa4315.html

ปอเทือง ทุ่งทองแห่งการเกษตร และความสวยงาม

ปอเทือง  ปั่นเพื่อพ่อ..

   พืชที่ให้ประโยชน์ต่อการเกษตรกรรม และยังเป็นความสวยงามที่ดูตระกานตา ซึ่งต้องขอขอบคุณทางจังหวัดมหาสารคาม และ สจ.ตั้ม และผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด คุณนิคมรัตน์  สาลีทำ ที่ให้ภาพกรุณาให้ภาพมา เพื่อสนับสนุนสิ่งดีๆของจังหวัดมหาสารคาม ดังที่ปรากฏเห็นในภาพนี้

  

  

ปอเทืองที่เจริญเติบโตทันเวลาวัน ปั่นเพื่อพ่อ เป็นสิ่งที่ทางเรา ภูมิใจมากที่สุดที่ ซึ่งความดีงามที่สุดอันเป็นผลงานของ สจ.ตั้ม จ.มหาสารคาม และท่านนายกที่ไว้วางใจทางเรา ให้เราได้รับใช้ ขอบคุณครับ...เราขอสนับสนุน

   ปอเทือง (Crotalaria juncea) เป็นพืชฤดูเดียว ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขามากสูงประมาณ 180 - 300 เซนติเมตร ใบเป็นใบเดียวยาวรี ช่อดอกเป็นแบบราซีม ซึ่งอยู่ปลายกิ่งก้านสาขา ประกอบด้วยดอกย่อย 8 -20 ดอก ดอกสีเหลืองมีการผสมข้ามฝักเป็นทรงกระบอกยาว 3 - 6 เซนติเมตร กว้าง 1 - 2 เซนติเมตร หนึ่งฝักมีประมาณ 6 เมล็ด เมื่อเขย่าฝักแก่จะมีเสียงดังเนื่องจากเมล็ดกระทบกันเมล็ดมีรูปร่างคล้ายหัวใจสีน้ำตาลหรือดำ เมล็ดหนึ่งกิโลกรัมจะมีเมล็ดจำนวน 40,000 - 50,000 เมล็ด หรือหนึ่งลิตรจะมีประมาณ 3 หมื่นกว่า เมล็ด

วิธีปลูก

   1) ปลูกแบบหว่านเป็นวิธีที่สะดวก ประหยัดเวลาและแรงงาน โดยการนำเอาเมล็ดพันธุ์ที่เตรียมไว้หว่านลงไปในแปลงให้ทั่วในอัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร

   2) ปลูกแบบโรยเป็นแถว โดยใช้เมล็ดโรยลงในแถว ระยะระหว่างแถว 75 เซนติเมตร เมื่อโรยเมล็ดลงในแถวแล้วกลบเมล็ดด้วยดินบาง ๆ ใช้อัตราเมล็ด 3 - 4 กิโลกรัม/ไร่

   3) ปลูกแบบหยอดหลุม วิธีนี้ล่าช้าและไม่สะดวกในทางปฏิบัติอีกทั้งสื้นเปลืองแรงงาน ไม่เป็นที่นิยมใช้ในกรณีที่มีเมล็ดพันธุ์จำกัดมาก ใช้ระยะปลูก 50*100 เซนติเมตรหยดเมล็ด 2 - 3 เมล็ด/หลุม ใช้อัตราเมล็ด 1 - 3 กิโลกรัม/ไร่"  "หลังจากปอเทืองออกดอกช่วงอายุประมาณ 50 - 60 วัน ก็ไถกลบ การไถกลบควรจะไถ ขณะที่มีความชื้นอยู่ในดินพอสมควร

การใช้ประโยชน์

   ปลูกเพื่อใช้เป็นปุ๋ยพืชสด นิยมปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดในสภาพื้นที่ดอน โดยปลูกในรูปแบบของพืชหมุนเวียน โดยหว่านหรือโรยเมล็ด ก่อนการปลูกพืชหลัก เช่น ข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย เป็นต้น อย่างน้อย 2.0 - 2.5 เดือน แล้วไถกลบปอเทืองที่อายุประมาณ 50 - 60 วัน ในขณะที่ดินยังมีความชื้นแล้วทิ้งไว้ 7 - 10 วัน ก่อนปลูกพืชหลัก หรืออาจปลูกในรูปแบบของพืชแซมด้วยปอเทือง โดยปลูกระหว่างแถวพืชหลัก ปลูกหลังจากพืชหลักประมาณ 1 - 2 สัปดาห์

 ปอเทือง เป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่งขึ้นได้ดีทั้งบนที่ดอน และในที่ลุ่มที่ไม่มีน้ำแช่ขัง ปอเทืองทนต่อความแห้งแล้ง ขึ้นได้ในดินเลว ปอเทืองสามารถสร้างธาตุอาหารขึ้นเองได้โดยเฉพาะไนโตรเจน จึงสามารถปลูกเป็นพืชเพื่อผลิตเมล็ด


     พันธุ์พืชปุ๋ยสด เกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารพิษ ปลอดภัยต่อชีวิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 การปลูกปอเทือง กรมพัฒนาที่ดิน ได้ให้คำแนะนำ 3 วิธี คือ

  1. การปลูกแบบหว่าน ใช้เมล็ดพันธุ์ปอเทือง 5 กก.ต่อไร่ หว่านให้ทั่วแปลง หลังจากนั้นหว่านปุ๋ยเคมีสูตร
    15-15-15 หรือสูตร 12-24-12 จำนวน 10 กก.ต่อไร่ โดยหว่านให้สม่ำเสมอทั่วแปลงแล้วคราดกลบ
  2. การปลูกแบบหยอดเป็นหลุมเป็นแถว ใช้เมล็ดพันธุ์ปอเทือง 3-5 กก.ต่อไร่  ระยะปลูกประมาณ 80 x 50 ซม. (ระยะระหว่างแถว 80 ซม. ระหว่างต้นประมาณ 50 ซม.)โดยหยอดเป็นหลุมๆ ละ 5-7 เมล็ด ใส่ปุ๋ยเคมีแบบวิธีหว่าน
  3. การปลูกแบบโดยวิธีการโรยเป็นแถวใช้เมล็ดพันธุ์ปอเทือง 3-5 กก./ไร่ โรยเมล็ดเป็นแถว ระยะห่างแถว 75 - 100 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยเคมีแบบวิธีหว่าน

การกำจัดวัชพืช และการถอนแยก หลังจากปลูกปอเทืองได้ประมาณ 1 เดือน ควรกำจัดวัชพืช ถอนแยกต้น โดยหนึ่งหลุมให้เหลือปอเทือง 1-2 ต้นต่อหลุม

การใส่ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 12-24-12 อัตรา 20 กก.ต่อไร่ โรยรอบโคนต้น ให้ห่างจากโคนต้นพอประมาณ แล้วจึงพูนโคนกลบปุ๋ย

การเตรียมดิน ไถเตรียมดินครั้งแรก แล้วตากทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน เพื่อให้วัชพืชแห้งตาย และยังเป็นการกำจัดโรคแมลงต่างๆ ที่เป็นศัตรูพืช หลังจากนั้นทำการไถพรวน ครั้งที่ 2

การกำจัดโรคและแมลง พื้นที่ที่ไม่เคยปลูกปอเทืองมาก่อน มักจะไม่มีปัญหา เรื่องโรคแมลงศัตรูพืช ในระยะติดฝักอ่อน และระยะที่ฝนทิ้งช่วง ต้องหมั่นตรวจดูแปลงขยายพันธุ์ เพราะมักจะมีแมลงประเภทปากดูด เช่น เพลี้ยอ่อน แมลงหวี่ขาว ระบาด ให้พ่นสารเคมีประเภทดูดซึมผสมน้ำยาจับใบ เช่น อะโซดริน เซฟวิน เป็นต้น

เมื่อปอเทืองติดฝัก จะมีหนอนแมลงเจาะทำลายฝัก โดยให้พ่นสารเคมีประเภทถูกตัวตาย ผสมน้ำยาจับใบ เป็นต้น

โรคและแมลง โรคที่สำคัญของปอเทืองอีกอย่างหนึ่ง คือ โรคโมเซค หรือ โรคใบกระถิน ต้นและใบจะมีสีขาวอมเขียวนวล ใบหงิกงอ ไม่ออกดอก สามารถระบาดไปยังต้นอื่นได้ ให้รีบถอน และเผาทิ้งทันที ก่อนระบาดไปทั่ว

การเก็บเกี่ยว ปอเทืองมีอายุประมาณ 120-150 วัน ในช่วงแรกจะเก็บเกี่ยวเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ในช่วงที่ 2 จะเก็บเกี่ยวเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ต้นและฝักปอเทืองจะทยอยแห้ง ฝักที่แก่จัดจะเปลี่ยนจากสีเขียวอ่อนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ถ้าเขย่าต้นจะมีเสียงดัง เมล็ดทั้งหมดจะนอนอยู่ที่ก้นฝัก มีจำนวนเมล็ดตั้งแต่ 5 - 10 เมล็ดต่อฝัก เมื่อแกะฝักเมล็ดที่มีคุณภาพดีจะมีสีม่วงปนดำ ผิวเป็นมันฝักของเมล็ดปอเทืองเมื่อแก่เต็มที่ จะไม่แตกและไม่ร่วงหล่นจากต้น การเก็บเกี่ยวจะเก็บเกี่ยวเพียงครั้งเดียว โดยใช้เคียวเกี่ยวโคนต้น ตากแดดทิ้งไว้  3 - 4 แดด แล้วนำมานวด

การนวด อาจทำได้หลายวิธี เช่น ใช้รถยนต์เหยียบย่ำ หรือนำฝักบรรจุถุง แล้วใช้ไม้ทุบให้ฝักแตก จากนั้นคัดเอาสิ่งเจือปนและเมล็ดลีบออก แล้วบรรจุกระสอบ การฝัดและบรรจุกระสอบ หลังจากทำการนวดเสร็จ ทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์ เพื่อเอาสิ่งเจือปนออก โดยใช้ลมเป่าหรือใช้เครื่องสีฝัด เมื่อเอาสิ่งเจือปนและเมล็ดลีบออกแล้วบรรจุกระสอบ

ที่สำคัญ จะต้องปลูกตามฤดูกาลที่เหมาะสม ฤดูกาลปลูกที่เหมาะสม ที่จะปลูกปอเทืองปลูกได้ 2 ช่วง คือ ช่วงแรกเริ่มปลูกตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม จนถึงปลายเดือนสิงหาคม และช่วงที่ 2 ปลูกหลังฤดูทำนาประมาณเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน

ขอขอบคุณข้อมูลสำหรับทุกท่าน จัดทำเพียงเพื่ออยากเผยแผ่ความรู้ให้สำหรับทุกๆคน

แบบฟอร์มติดต่อกลับ


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 23,112