googlec9805ade98fa4315.html

โรคของยางพาราแมลงศัตรูพืชและการป้องกันกำจัด 2

โรคเส้นดำ(Black stripe)

ระบาดในสวนยางที่เปิดกรีดแล้วโดยเฉพาะในพื้นที่ความชื้นสูงฝนตกชุกระบาดในช่วงเดือนพฤษภาคม-ธันวาคมลักษณะอาการของโรคคือเชื้อราจากฝักยางจะเข้าทำลายบนหน้ากรีดระยะแรกบริเวณเหนือรอยกรีดเป็นรอยช้ำมีสีผิดปกติระยะต่อมาจะเป็นรอยบุ๋มสีดำหรือน้ำตาลดำเป็นเส้นขยายขึ้นลงตามแนวขนานกับลำต้นถ้าเป็นรุนแรงเปลือกของหน้ากรีดบริเวณที่เป็นโรคจะปริเน่าและมีน้ำยางไหลเปลือกจะเน่าหลุดออกทำให้หน้ากรีดเสียหายถ้าการเข้าทำลายของเชื้อไม่รุนแรงเปลือกจะเป็นปุ่มปมเชื้อสาเหตุเกิดจากเชื้อราPhytophthora botryosa Chee. P. palmivora (Butler)

Butler. โรคนี้ระบาดรุนแรงในจังหวัดทางฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของภาคใต้เนื่องจากมีลมมรสุมพัดผ่านและมีฝนตกชุกในเขตดังกล่าวการป้องกันกำจัดคือไม่ควรปลูกพืชอาศัยของเชื้อราเป็นพืชร่วมยางเป็นพืชแซมเช่นทุเรียนมะพร้าวโกโก้ส้มมะละกอพริกไทยและยาสูบทาสารเคมีป้องกันโรคก่อนฤดูกาลโรคระบาดโดยการเฉือนเปลือกส่วนที่เป็นโรคเดิมออกแล้วทาแผลด้วยสารเคมีกำจัดเชื้อราดังนี้คือเมตาแลคซิล35% SD อัตรา 14 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตรพ่นหรือทาหน้ากรีดทุก 7 วัน 4-8 ครั้ง,ฟอสเอททิลเอเอล 80% WP อัตรา 5 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตรต่อต้นพ่นหรือทาหน้ากรีดยางทุก 2-4 วัน 6-8 ครั้งเป็นต้น

โรคเปลือกเน่า (Mouldy rot)

ระบาดเฉพาะในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงและฝนตกชุกในช่วงเดือนมิถุนายน– ธันวาคมโดยเชื้อราเข้าทำลายรอยกรีดทำให้หน้ากรีดยางเน่าเสียหายอาการของโรคคือเปลือกเหนือรอยกรีดมีลักษณะฉ่ำน้ำเป็นรอยช้ำสีหม่นต่อมาเป็นรอยบุ๋มพบเส้นใยของเชื้อราสีขาวเทาเจริญตรงรอยแผลถ้ามีความชื้นเหมาะสมเชื้อราจะทำให้เปลือกหน้ากรีดเน่าเหลือแต่เนื้อไม้สีดำและไม่สามารถกรีดซ้ำบนเปลือกงอกใหม่ได้เมื่อเฉือนเปลือกบริเวณข้างเคียงรอยแผลจะไม่พบอาการเน่ลุกลามไปซึ่งต่างจากโรคเส้นดำมีลายเส้นสีดำขยายขึ้นไปและลุกลามลงใต้รอยกรีดเชื้อสาเหตุเกิดจากเชื้อราCeratocystis fimbriata Ellis & Halst.เชื้อจะแพร่ระบาดโดยลมและมีแมลงเป็นพาหะการป้องกันกำจัดคือไม่ควรปลูกพืชอาศัยของเชื้อราเป็นพืชร่วมยางหรือพืชแซมยางได้แก่กาแฟโกโก้มะม่วงมะพร้าวและมันฝรั่งควรตัดแต่งกิ่งก้านและกำจัดวัชพืชให้สวนโล่งเตียนเพื่อลดความชื้นในสวนยางเมื่อพบต้นยางเป็นโรคควรขูดเอาส่วนเป็นโรคออกแล้วใช้สารเคมีทาหน้ายางจนกว่าหน้ากรีดยางจะแห้งเป็นปกติสารเคมีที่แนะนำมีหลายชนิดเช่นบีโนมิล

อาการเปลือกแห้ง(Tapping panel dryness : TPD)

ลักษณะอาการคือหลังจากกรีดยางแล้วน้ำยางจะแห้งเป็นจุดๆค้างอยู่บนรอยกรีดเปลือกยางมีสีน้ำตาลอ่อนถ้ายังกรีดต่อไปอีกเปลือกยางจะแห้งสนิทไม่มีน้ำยางไหลเปลือกใต้รอยกรีดจะแตกขยายบริเวณมากขึ้นจนถึงพื้นดินและหลุดออกเนื่องจากเปลือกงอกใหม่ภายในดันออกมาสาเหตุของอาการยังไม่ชัดเจนแต่คาดว่าน่าจะเกิดจากการกรีดถี่ทำให้เกิดความผิดปกติทางสรีระวิทยาของท่อน้ำยางทำให้ต้นยางแสดงอาการเปลือกแห้งมากขึ้นการป้องกันและรักษาคือลดและควบคุมโรคกับต้นยางที่เปิดยางแล้วโดยวิธีทำร่องแยกส่วนที่เป็นโรคออกจากกันและเมื่อตรวจพบยางต้นใดที่เป็นโรคนี้เพียงบางส่วนจะต้องทำร่องโดยการใช้สิ่วเซาะร่องให้ลึกถึงเนื้อไม้โดยรอบบริเวณที่เป็นโรคโดยให้ร่องที่ทำนี้ห่างจากบริเวณที่เป็นโรคประมาณ 2 เซนติเมตรหลังจากนั้นก็สามารถเปิดกรีดต่อไปได้ตามปกติแต่ในการกรีดต้องเปิดกรีดต่ำลงมาจากบริเวณที่เป็นโรคเปลี่ยนระบบกรีดใหม่ให้ถูกต้องและหยุดกรีดในช่วงผลัดใบการเอาใจใส่บำรุงรักษาสวนยางให้สมบูรณ์แข็งแรงตั้งแต่เริ่มปลูกใส่ปุ๋ยถูกต้องตามจำนวนและระยะเวลาที่ทางวิชาการแนะนำใช้ระบบกรีดให้ถูกต้องจะช่วยป้องกันมิให้ยาวเป็นโรคเปลือกแห้งได้มาก

โรคราสีชมพู(Pink disease)

ระบาดในแปลงยางอ่อนและต้นยางเปิดกรีดแล้วในช่วงเดือนมิถุนายน– ธันวาคมโดยเชื้อราจะเข้าทำลายคาคบและกิ่งก้านทำให้ต้นยางทรุดโทรมและแคระแกร็นลักษณะอาการของโรคคือเปลือกที่บริเวณคาคบง่ามกิ่งกิ่งก้านและลำต้นจะปริแตกมีหยดน้ำยางไหลและมีเส้นใยเชื้อราสีขาวบนรอยแผลถ้าสภาพแวดล้อมเหมาะสมเส้นใยเชื้อจะรวมกันตามผิวเปลือกเป็นสีชมพูทำให้เปลือกแตกและกะเทาะออกน้ำยางไหลออกมาจากจับตามกิ่งก้านและลำต้นเมื่อน้ำยางแห้งจะมีราดำเข้าจับเป็นทางสีดำใบยางจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเชื้อสาเหตุเกิดจากเชื้อราCorticium salmonicolour Berk.& Br.สปอร์ของเชื้อราจะปลิวไปตามลมและละอองฝนการป้องกันกำจัดคือดูแลสวนให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกไม่อับชื้นไม่ควรปลูกพืชอาศัยเป็นพืชแซมในสวนยางเช่นกาแฟชาส้มเงาะและขนุนหรือใช้สารเคมีบอร์โดมิกเจอร์ทาบริเวณที่เป็นโรคไม่แนะนำใช้กับต้นยางที่เปิดกรีดแล้วเนื่องจากสารทองแดงจะไหลผสมกับน้ำยางที่กรีดได้ทำให้คุณภาพน้ำยางเสื่อมลงต้นยางที่เปิดกรีดแล้วให้ใช้สารเคมีฉีดหรือทาบริเวณที่เป็นโรคดังนี้คือเบนโนมิล 50%

โรครากขาว(White root  disease)

ระบาดในสวนยางปลูกใหม่เป็นโรคที่ทำความเสียหายให้กับต้นยางมากที่สุดในบรรดาโรครากลักษณะอาการของโรคคือทรงพุ่มแสดงอาการใบเหลืองผิดปกติ 1-2 กิ่งถ้าเป็นยางเล็กใบจะเหี่ยวเฉาขอบใบม้วนงอลงด้านล่างต่อมาจะร่วงและยืนต้นตายบริเวณรากจะปรากฏเส้นใยสีขาวติดแน่นกับผิวรากเมื่อเส้นใยอายุมากขึ้นจะเป็นเส้นกลมนูนสีเหลืองซีดดอกเห็ดของเชื้อราที่โคนต้นมีลักษณะเป็นแผ่นครึ่งวงกลมแผ่นเดียวหรือซ้อนกันเป็นชั้นๆผิวด้านบนเป็นสีเหลืองส้มโดยมีสีเข้มอ่อนเรียงสลับกันเป็นวงผิวด้านล่างเป็นสีส้มแดงหรือสีน้ำตาลขอบดอกเป็นสีขาวเชื้อสาเหตุเกิดจากเชื้อราRigidoporus lignosus

การป้องกันและรักษา

 โดยการเตรียมพื้นที่ปลูกยางจะต้องทำการถอนรากและเผาทำลายตอไม้ท่อนไม้ให้หมดเพื่อทำลายเชื้อราอันอาจทำให้เกิดโรครากขาวได้หลังจากปลูกยางประมาณ 1 ปีหมั่นตรวจดูต้นที่เป็นโรคหากไม่พบต้นที่เป็นโรคให้ป้องกันด้วยการทาสารเคมีพีซีเอ็นบี (PCNB) 20%เคลือบไว้ที่โคนต้นตรงคอดินรากแก้วและฐาน

โรครากแดงเกิดกับรากยาง รากแขนง

หากพบต้นที่เป็นโรคบริเวณโคนต้นโคนรากและรากแขนงให้ตัดหรือเฉือนทิ้งแล้วทาด้วยสารเคมีพีซีเอ็นบี(PCNB) 20%ผสมน้ำและควรทำการตรวจซ้ำในปีต่อไปถ้าพบโรครากขาวในต้นยางอายุน้อยให้ทำการขุดรากที่เป็นโรคขึ้นมาเผาทำลาย

โรครากน้ำตาล(Brown root disease)

ระบาดมากในสวนยางที่มีต้นหักโค่นเนื่องจากลมโดยสปอร์ที่ปลิวอยู่ในอากาศจะตกลงบนรอยหักแล้วลุกลามไปยังโคนต้นและรากลักษณะอาการของโรคคือทรงพุ่มมีอาการใบเหลืองผิดปกติต่อมาใบร่วงและยืนต้นตายเช่นเดียวกันกับโรครากขาวจะพบเส้นใยสีน้ำตาลปนเหลืองเป็นขุยปกคลุมผิวรากและเกาะยึดดินทรายไว้ทำให้รากมีลักษณะขรุขระเส้นใยเมื่อแก่จะเป็นแผ่นสีน้ำตาลดำในระยะที่เป็นโรครุนแรงนานเมื่อตัดตามขวางจะเห็นสายเส้นใยที่แทรกในเนื้อไม้มีลักษณะคล้ายรวงผึ้งเนื้อไม้จะเบาและแห้งดอกเห็ดจะเป็นแผ่นหนาและแข็งลักษณะครึ่งวงกลมค่อนข้างเล็กผิวด้านบนเป็นรอยย่นเป็นวงสีน้ำตาลเข้มผิวด้านล่างเป็นสีเทาเชื้อสาเหตุเกิดจากเชื้อราPhellinus noxius จะแพร่ระบาดในช่วงฤดูฝนหรือสภาพที่มีความชื้นสูงแพร่ระบาดโดยลมพัดไปตกบนรอยหักของลำต้นแล้วงอกเจริญลุกลามไปยังโคนต้นและรากและการสัมผัสกันของรากที่เป็นโรคการป้องกันและรักษาคือเตรียมพื้นที่ปลูกยางให้ปลอดโรค, หลังการปลูกควรหมั่นตรวจตราต้นยางสม่ำเสมอถ้าพบเป็นโรครากควรถอนออกทำลายทันที, ไม่ควรปลูกพืชที่เป็นพืชอาศัยของโรครากเช่นส้มโกโก้ชากาแฟมะพร้าวพริกขี้หนูมันเทศมันสำปะหลังเป็นต้นเพื่อตัดวงจรการระบาดและลดความรุนแรงของโรค

โรครากแดง(Red root disease)

ระบาดในสวนที่มีตอและรากไม้ใหญ่ๆฝังลึกในดินเนื่องจากเชื้อราเจริญเติบโตค่อนข้างช้าจึงมักพบอาการของโรครากแดงกับต้นยางที่กรีดได้แล้วเป็นส่วนใหญ่อาการของโรคคือเส้นใยของเชื้อราสาเหตุของโรคนี้จะมีสีแดงและเป็นมันปกคลุมผิวรากของยางที่เป็นโรคหากเชื้อราอยู่ในระยะเจริญเส้นใยจะมีสีขาวครีมเมื่อแก่ขึ้นจะกลายเป็นสีแดงรากยางที่เป็นโรคนี้ในระยะแรกจะมีสีน้ำตาลซีดและแข็งต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเนื้ออ่อนเนื้อไม้ที่เป็นโรคจะพรุนอาจเปียกหรือแห้งแล้วแต่สภาพของดินเนื้อเยื่อแต่ละวงจะหลุดลุ่ยแยกออกจากกันได้ง่ายดอกเห็ดจะเป็นวงแข็งผิวด้านบนเป็นรอยย่นสีน้ำตาลแดงเข้มผิวด้านล่างเป็นสีขาวขี้เถ้ารอบๆของดอกเห็ดมีสีขาวครีมเชื้อสาเหตุเกิดจากเชื้อราGonoderma

pseudojerreumการป้องกันกำจัดคือการเตรียมพื้นที่ปลูกยางจะต้องทำการถอนรากและเผาทำลายตอไม้ท่อนไม้เพื่อทำลายเชื้อราอันอาจทำให้เกิดโรครากได้หรือหมั่นตรวจตราดูต้นที่เป็นโรคโดยการขุดโคนดูรากหลังจากปลูกยางไปแล้วประมาณ1 ปีหากไม่พบต้นที่เป็นโรคให้ทาสารเคมีพีซีเอ็นบี(PCNB) 20% เคลือบไว้ที่โคนต้นตรงคอดินรากแก้วและฐานของรากแขนงหากพบต้นที่เป็นโรคที่โคนต้นโคนรากและรากแขนงให้ตัดหรือเฉือนทิ้งแล้วทาด้วยสารเคมีPCNB 20%ผสมน้ำและควรทำการตรวจซ้ำในเวลา12 เดือนต่อมาถ้าพบโรคในต้นยางอายุน้อยให้ทำการขุดรากที่เป็นโรคขึ้นมาเผาทำลาย

(ขอขอบคุณ.. ข้อมูลจากสำนักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน..กรมพัฒนาที่ดิน )

( มีต่อหน้า 5 โรคของยางพาราแมลงศัตรูพืชและการป้องกันกำจัด 3 )

แบบฟอร์มติดต่อกลับ


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 23,113